มองที่โต๊ะ ไพ่บาคาร่า แล้วเห็นคำว่า Player กับ Banker อยู่คู่กัน หลายคนอาจสงสัยว่าจริงๆ แล้วสองฝั่งนี้ต่างกันตรงไหน เพราะทั้งคู่ก็ได้รับไพ่และนำแต้มมาเทียบกันเหมือนกัน ตามกติกาบาคาร่าสากล โต๊ะจะมีไพ่สองฝั่งคือ Player และ Banker โดยทั้งสองฝั่งได้รับไพ่เริ่มต้นฝั่งละ 2 ใบ แล้วระบบกติกาจะกำหนดว่ารอบนั้นต้องจั่วไพ่เพิ่มหรือไม่ จุดสำคัญคือ ไพ่ Player กับ Banker เป็นชื่อของฝั่งไพ่ ไม่ได้หมายความว่าผู้เล่นจะต้องเป็นผู้ถือไพ่เองหรือมีหน้าที่เลือกว่าจะจั่วใบต่อไปอย่างไร บนเว็บ 123plus ที่เป็นเว็บตรง โลกเกมออนไลน์หลากหลายแนวแบบไม่จำกัด จึงควรทำความเข้าใจพื้นฐานตรงนี้ก่อนเข้าสู่โต๊ะจริง เพราะพอรู้ว่าฝั่งไหนหมายถึงอะไร การดูผลแต่ละรอบจะง่ายขึ้นมาก ยิ่งเข้าใจกติกาการนับแต้มและเงื่อนไขการจั่วไพ่ ก็ยิ่งตามเกมได้ทันแบบไม่ต้องเดาให้วุ่นวาย
ข้อแตกต่างของ ไพ่ Player และ Banker
ลองมองแบบง่ายๆ Player และ Banker ผ่านทาง 123plus คือชื่อของไพ่สองฝั่งที่ใช้เปรียบเทียบแต้มกันในแต่ละรอบ ไม่ได้หมายถึงว่าผู้เล่นหน้าโต๊ะจะต้องเลือกบทบาทเป็นผู้แจกหรือผู้ถือไพ่ โดยกติกาทั่วไปจะมีไพ่ฝั่ง Player และไพ่ฝั่ง Banker ฝั่งละสองใบในช่วงแรก จากนั้นอาจมีไพ่ใบที่สามตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ จุดหมายของเกมคือดูว่าฝั่งไหนมีแต้มใกล้ 9 มากกว่า ถ้าแต้มเท่ากันจะถือว่าเป็น Tie ตามกติกาของโต๊ะนั้นๆ เพราะฉะนั้นเวลาเข้าโต๊ะบาคาร่า สิ่งที่ควรดูไม่ใช่แค่ชื่อฝั่ง แต่ควรเข้าใจว่าฝั่ง Player และ Banker ทำหน้าที่เป็นตัวเลือกผลลัพธ์ของรอบ เมื่อจับหลักนี้ได้แล้ว การดูไพ่จะง่ายขึ้นเยอะ และช่วยให้สนุกกับบรรยากาศ คาสิโนออนไลน์ ได้แบบเข้าใจเกมมากกว่าเดิม
ทำความเข้าใจการนับแต้มของ Player และ Banker
มาถึงจุดที่มือใหม่ควรรู้ไว้เลยคือวิธีนับแต้ม บาคาร่าออนไลน์ ไพ่ A มีค่า 1 แต้ม ไพ่ 2-9 นับตามหน้าไพ่ ส่วน 10, J, Q และ K มีค่า 0 แต้ม เมื่อรวมแต้มแล้ว ถ้าได้เลขสองหลักจะใช้เฉพาะหลักหน่วย เช่น 7+8 เท่ากับ 15 จึงนับเป็น 5 แต้มส่วนเรื่องไพ่ใบที่สาม ผู้เล่นไม่สามารถเลือกเองว่าจะให้ฝั่ง Player หรือ Banker จั่ว เพราะกติกาจะเป็นตัวกำหนดตามแต้มและเงื่อนไขของรอบนั้น เช่น Player ที่มีแต้ม 0-5 โดยทั่วไปจะจั่วไพ่ใบที่สาม ส่วนแต้ม 6-7 จะหยุด และแต้ม 8-9 ถือเป็น Natural ตามกติกาที่ใช้กันทั่วไป รู้ตรงนี้ไว้ก็ช่วยให้ดูโต๊ะได้สบายขึ้น เพราะไม่ต้องคอยสงสัยว่าทำไมบางรอบมีไพ่เพิ่ม แต่บางรอบจบด้วยไพ่เพียงสองใบ
Player มีหน้าที่อะไรในแต่ละรอบ?
ฝั่ง Player จะได้รับไพ่สองใบในช่วงแรก แล้วนำแต้มมาคำนวณตามกติกา ถ้าได้แต้ม 0-5 โดยทั่วไปจะมีการจั่วไพ่ใบที่สาม แต่ถ้าได้ 6-7 จะหยุด ส่วน 8-9 ถือเป็น Natural และรอบจะดำเนินต่อไปตามเงื่อนไขของเกม จุดนี้จำง่ายมาก เพราะกติกาของ Player ค่อนข้างตรงไปตรงมา ไม่ต้องนั่งคิดเองว่าจะจั่วหรือหยุด เพราะดีลเลอร์หรือระบบของโต๊ะจะดำเนินตามกติกาอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ามาดูบาคาร่า ลองสังเกต Player สักสองสามรอบแล้วดูว่าจังหวะไหนมีไพ่ใบที่สาม จะช่วยให้คุ้นกับรูปแบบเกมเร็วขึ้น และเมื่อเข้าใจแล้วค่อยเลือกโต๊ะที่รู้สึกว่าตามเกมได้สบาย
Banker ทำไมถึงมีกติกาจั่วไพ่ละเอียดกว่า?
ส่วน Banker จะมีรายละเอียดมากกว่า Player นิดหนึ่ง เพราะการจั่วไพ่ใบที่สามของ Banker อาจต้องดูทั้งแต้มของ Banker และไพ่ใบที่สามของ Player ด้วย เช่น Banker ที่มีแต้ม 0-2 จะจั่วตามกติกา ส่วนแต้ม 3-6 จะมีเงื่อนไขเพิ่มตามไพ่ของ Player ขณะที่แต้ม 7 จะหยุดฟังดูเหมือนต้องจำเยอะ แต่เวลาเล่นจริงไม่จำเป็นต้องท่องตารางทั้งหมด เพราะดีลเลอร์และระบบโต๊ะจะจัดการตามกติกาอยู่แล้ว สิ่งที่ควรรู้คือ Banker ไม่ได้จั่วตามกติกาเดียวกับ Player ทุกสถานการณ์
ทำไม Player กับ Banker ถึงไม่ได้เลือกไพ่เอง?
มุมนี้ทำความเข้าใจไว้จะช่วยลดความสับสนได้เยอะ เพราะในบาคาร่า ผู้ที่นั่งเล่นไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้ไพ่ฝั่งไหนจั่วเพิ่ม ไพ่ใบที่สามจะถูกกำหนดตามตารางกติกา เมื่อแจกไพ่ครบตามเงื่อนไขแล้วจึงนำแต้มของ Player และ Banker มาเทียบกันว่าฝั่งไหนใกล้ 9 มากกว่าด้วยเหตุนี้จังหวะของเกมจึงค่อนข้างชัดเจนและดูตามได้ง่าย แม้เพิ่งเข้ามาทำความรู้จักบาคาร่า การดูไพ่ไปพร้อมกับสังเกตแต้มก็เพียงพอสำหรับทำความเข้าใจภาพรวม ไม่จำเป็นต้องพยายามจำทุกตารางในครั้งเดียว
ก่อนเลือก Player หรือ Banker ควรรู้อะไรบ้าง?
ท้ายสุดควรแยกให้ออกระหว่างผลของไพ่กับการเลือกเดิมพันเพราะ Player และ Banker เป็นตัวเลือกผลลัพธ์ของรอบ ส่วนไพ่จริงจะถูกแจกตามกติกาของโต๊ะ การวางเดิมพันจึงไม่ได้ทำให้ผู้เล่นเป็นเจ้าของไพ่ฝั่งนั้น และไม่ได้ทำให้สามารถสั่งให้ไพ่จั่วเพิ่มได้ สำหรับกติกาทั่วไป เมื่อจบรอบ ฝั่งที่มีแต้มใกล้ 9 มากกว่าจะเป็นผู้ชนะ และถ้าสองฝั่งแต้มเท่ากันจะเป็น Tie ก่อนเล่นบนเว็บ 123plus ควรอ่านกติกาเฉพาะของโต๊ะที่เลือกทุกครั้ง เพราะรูปแบบการจ่ายผลหรือเดิมพันพิเศษอาจแตกต่างกันได้
